/ผู้พัฒนา: League of Legends Classic
นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา เราได้ทำสิ่งหนึ่งมาโดยตลอด นั่นคือการพัฒนาเกมให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งมีทั้งแชมเปี้ยนใหม่และแชมเปี้ยนที่ถูกปรับปรุง พร้อมด้วยไอเทม รูน และโหมดต่าง ๆ ที่พูดได้ไม่รู้จบ โดยเรามักจะมองหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อทำให้ League มีความสนุกและสดใหม่อยู่เสมอ
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เมื่อเราพูดถึงทิศทางที่เรากำลังจะไป เราก็ได้ยินพวกคุณหลายคนพูดถึงเส้นทางที่เราเคยผ่านมา
"ยังจำการทดลองใช้รูนและมาสเตอรี่แบบเก่าเพื่อเล่นอะไรอย่าง Bankplank กันได้ไหม? หรือสร้างความหวาดผวาให้กับคู่ต่อสู้ด้วย AP Master Yi หรือ Sion เลนกลางได้หรือเปล่า? แล้วคุณจำ Alistar AD กันได้ไหม? ไหนจะ Kassadin ที่มีอัตราการแบน 95% อีกล่ะ?"
พวกคุณหลายคนคงคิดถึงวันเก่า ๆ เป็นแน่ พวกเราก็เช่นกัน
และมันคือสาเหตุที่เราเลือกทำ League Classic

League Classic คืออะไร และจะมาเมื่อไหร่?
League Classic คือประสบการณ์การเล่นเกมรูปแบบใหม่ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโมเมนต์สมัยวันวานขึ้นมาอีกครั้ง และเพื่อสร้างโมเมนต์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้มาก่อน
คำว่า Classic นั้นมีความหมายที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ไม่เว้นแม้แต่พวกเราชาว Riot สำหรับบางคน "ยุค Classic" ของ League อาจจะเป็นช่วงเบต้า, ซีซั่น 1, ซีซั่น 3 หรืออาจจะเป็นแพตช์ใดแพตช์หนึ่งก็ได้ (ไหนใครทัน Devourer / Challenging Smite Warwick บ้าง?) ดังนั้นในตอนที่เราระดมความคิดเรื่อง League Classic เราจึงต้องถามคำถามที่สำคัญกับตัวเองว่า: “ช่วงเวลาใดที่เราจะเรียกมันว่า League Classic?”
และเนื่องจากเราได้กล่าวกันไปแล้วว่า พวกเราทุกคนล้วนมีมุมมองเรื่องช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่าเมื่อไหร่จึงเป็นคำว่า "ใช่" อย่างไม่ต้องสงสัย
เราเริ่มต้นโดยยึดเอาช่วงซีซั่น 3 ไว้เป็นแก่นหลัก แต่ League Classic นั้นจะเป็นเหมือนการรวบรวมช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดเอาไว้ มากกว่าจะเป็นแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง นั่นหมายความว่ามันจึงมีอะไรหลายอย่างจากซีซั่นต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย เช่น เวทซัมมอนเนอร์ทุกแบบ (ใช่แล้ว มีแม้กระทั่ง Fortify), ไอเทมเกือบทุกชิ้นของ League ในช่วงปีแรก ๆ ซึ่งรวมถึง Atma’s Impaler และ Frozen Mallet และชุดสกิลของแชมเปี้ยนมากมายก่อนที่จะผ่านการรีเวิร์ค แต่ก็อย่าลืมสัจธรรมแท้จริงหนึ่งเดียวข้อนั้นเป็นอันขาด นั่นคือห้ามเล่น Yasuo ที่นี่
League นั้นเป็นเกมที่สุดยอด ใครกันจะไม่ชอบกระโดดไปมาในร่างกวางน้อย คอยกล่อมศัตรูให้หลับ แล้วเอาไม้คทาทุบหัวพวกเขาจนเลือดหายไปครึ่งหลอดกันล่ะ? หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นมังกรตัวใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว แล้วใช้บัฟมหามังกรประหารศัตรูที่ค่อย ๆ ถูกไฟเผาด้วยพลังอันเกรียงไกรของคุณกัน? โอเค พวกเราบางคนก็อาจจะชอบแหละ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่าจะเหมาะสมกับ League Classic
League ได้พัฒนาไปสู่เกมที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่างมาก ทั้งยังมีพื้นที่มากมายให้ได้แสดงฝีมือ มีความแฟนตาซีมากมายจากตัวของแชมเปี้ยน และมีความคล่องตัวมากกว่าเดิมอยู่นิดหน่อย แต่หนึ่งในสิ่งที่พวกคุณพูดถึงกันเวลาคุยเรื่อง League ยุคแรก ๆ ก็คือการที่พวกคุณคิดถึงจังหวะการต่อสู้ในตอนนั้นมากแค่ไหน
ในโหมด Classic แชมเปี้ยนจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่ชัดเจนมากกว่า สกิลประเภทโปรเจกไทล์และพุ่งจะช้าลง และมีสตันที่มากขึ้น (ยะฮู้วว) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเดิมพันจะน้อยลงแต่อย่างใด เพราะทุกสกิลจะใช้ค่าร่ายมากขึ้น และสร้างความเสียหายได้มากกว่า League ในยุคปัจจุบันอย่างมหาศาล นั่นหมายความว่าคุณจะต้องวางแผนให้รอบคอบมากขึ้นว่าจะเข้าปะทะกับศัตรูเมื่อไหร่และอย่างไร

แผนที่ Classic เป็นแผนที่ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อจำลอง Summoner’s Rift ในยุคแรก ซึ่งจะมีหลุม Wraith รวมถึงมีสหายร่วมหลุมบัฟที่กลับมาอีกครั้ง และพวกมันจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าในปัจจุบันเล็กน้อย (อย่าลืมซื้อขวด Health Potion กันด้วยล่ะ เว้นแต่ว่าคุณจะเล่น Warwick) แถมพวกมันยังเกิดใหม่ได้เร็วกว่าเดิมมาก ๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เราได้ปรับปรุงความสามารถด้านการอ่านทางให้ดีขึ้นในบางจุด โดยสิ่งต่าง ๆ เช่น แสง เงา และพื้นผิว จะได้รับการปรับปรุงเพื่อช่วยให้เกิดความชัดเจนด้านเกมเพลย์ที่มากขึ้นเมื่อคุณอยู่ท่ามกลางไฟต์ที่ดุเดือดเลือดพล่าน
แชมเปี้ยน รูน มาสเตอรี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย!
สำหรับในช่วงเริ่มต้น เราจะเปิดตัวโหมด Classic ด้วยแชมเปี้ยน 60 ตัว ประกอบด้วยแชมเปี้ยนดั้งเดิม 40 ตัว บวกกับอีก 20 ตัวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษซึ่งเปิดตัวในช่วงปี 2009-2013
และก่อนที่คุณจะถามว่า “แล้วเมนฉันอยู่ไหน?” ไม่ต้องตกใจไป! เราทราบดีว่าแชมเปี้ยนทั้ง 60 ตัวนั้นไม่สามารถเป็นตัวแทนของยุคแรกเริ่มของ League ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจะมีแชมเปี้ยนเข้ามาเพิ่มอีก แต่ทั้งหมดจะเป็นแชมเปี้ยนในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น
เราอยากให้โหมด Classic มุ่งเน้นไปที่พูลแชมเปี้ยนให้มากขึ้นเพื่อทำให้การหวนคืนสู่ประสบการณ์ครั้งวันวานมีความลื่นไหลมากขึ้น นั่นหมายความว่าหากคุณหายหน้าไปสักพัก คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปไล่อ่านความสามารถของแชมเปี้ยนกว่า 100 ตัวเพื่อตามให้ทันเกม
หากคุณครอบครองแชมเปี้ยนอยู่แล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงพวกเขาในโหมด Classic ได้ทันที แต่ถ้าหากไม่ใช่ คุณจะสามารถปลดล็อกแชมเปี้ยน Classic ได้จากเลเวล Classic ที่คุณมี หรือซื้อได้โดยตรงผ่านร้านค้า และเช่นเคย เราจะมีแชมเปี้ยนฟรีประจำสัปดาห์ด้วย
และแน่นอนว่า บิลด์ไอเทมยอดนิยมที่คุ้นเคยก็จะกลับมาด้วยเช่นกัน คิดถึงบิลด์ Atmogs (Atma's Impaler + Warmog Armor) กันใช่ไหม? จัดไป หรือกำลังคิดถึงเซ็ต Metagolem แบบครบชุดกันอยู่หรือเปล่า? มีแน่นอน แล้วถ้าอยากจะยัดไอเทมเพิ่มทองทุก 10 วินาทีสักครึ่งกระเป๋าเหมือนเมื่อก่อนล่ะ? ทำได้อยู่แล้ว เพราะนี่คือวิถีเรา และบิลด์เหล่านั้นก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยุคสมัยดังกล่าวเปี่ยมความหมายอีกด้วย ที่จริงแล้ว เราได้รวมไอเทมเกือบจะทุกชิ้นที่เคยมีมาในช่วงปีแรก ๆ ของ League เลยทีเดียว... และนั่นหมายถึง Zz’Rot Portal ก็มากับเขาด้วยเช่นกัน
หากไอเทมชิ้นโปรดของคุณกลับมาอีกครั้งแล้วล่ะก็ โปรดใช้งานมันอย่างเหมาะสมด้วยนะ
หรือไม่ต้องก็ได้ ไว้เราค่อยไปหาคำตอบกันอีกทีดีกว่า
และสุดท้าย เรามาพูดถึงเรื่องรูนและมาสเตอรี่กันดีกว่า

ก่อนที่คุณจะโหลดเข้าสู่เกมในโหมด Classic คุณจะต้องเลือกรูนและมาสเตอรี่ล่วงหน้าโดยอิงจากตัวละครที่คุณต้องการจะเล่น โดยทั้งสองปัจจัยสามารถเปลี่ยนแนวทางการเล่นแชมเปี้ยนของคุณได้อย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ไอเทมที่คุณเลือกใช้ ไปจนถึงดาเมจที่คุณทำ
แต่เราได้ทำให้การปลดล็อกรูนและมาสเตอรี่ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก
ในโหมด Classic คุณจะปลดล็อกทั้งสองอย่างนี้ได้เพียงแค่เล่นเกม และไม่จำเป็นต้องอัปเกรดมันอีกต่อไป เพราะทั้งหมดจะมีพื้นฐานเป็นเทียร์ 3 โดยทันที และคุณสามารถนำพวกมันไปใส่ในหน้ารูนได้เลย โดยในช่วงต้นคุณจะได้รับสามชิ้น และอีกสองชิ้นจากเลเวล Classic นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อเพิ่มได้ด้วย IP (ซึ่งจะกลับมาให้คุณใช้ใน Classic) ที่คุณจะได้รับจากการเล่นเกม
รูนเกือบทุกชิ้นที่คุณเคยใช้จะกลับมาอีกครั้ง และชิ้นที่ไม่ค่อยมีคนเลือกก็จะได้รับการปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น หากคุณอยากจะเล่น Gangplank สายคริล้วน ก็จัดได้เลย!?
ทางด้านมาสเตอรี่ก็เช่นกัน คุณไม่จำเป็นใช้เวลาฟาร์มยาวนานเพื่อปลดล็อกมัน โดยคุณจะปลดล็อกหน้ามาสเตอรี่ และแต้มทั้งหมดหลังจากไปถึง Classic เลเวล 4
และถ้าคุณลืมตั้งค่าหน้ารูนและมาสเตอรี่ก่อนเริ่มเกมแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกังวลไป ทุกคนจะได้รับหน้าเริ่มต้น ดังนั้นคุณจะไม่เสียเปรียบใครมากนัก เพียงแต่อาจจะไม่ได้ปรับให้สมบูรณ์แบบที่สุดเฉย ๆ
Summoner’s Journey
เมื่อ League Classic เปิดตัว ตัวเกมจะมีเกม PvP Draft เพียงคิวเดียว, เกมสู้กับบอท และเกมสร้างเองสำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญยิ่งซึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่า "เดี๋ยวนะ ขอฉันลองอะไรหน่อย"
เป้าหมายหลักของเราคือการทำให้โหมด Classic เป็นที่ที่คุณสามารถสนุกไปกับเพื่อน ๆ ได้ แทนที่จะเป็นโหมดไต่แรงค์สุดโหด แต่เราก็รู้ว่าการมีเป้าหมายให้พิชิตก็ช่วยเพิ่มความสนุกได้เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงเพิ่มระบบความก้าวหน้าใหม่ที่เรียกว่า Summoner’s Journey เข้ามาในเกม
เมื่อคุณไปถึง Classic เลเวล 10 คุณจะสามารถเริ่มต้น Summoner Journey ของคุณที่ระดับ Salt จากนั้นก็ไต่ระดับไปยัง Wood และต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับ Legend (เพราะนี่คือ League of Legends ไงล่ะ... เก็ตกันใช่ไหม?) โดยระบบดังกล่าวคือวิธีที่คุณจะได้อวดความเท่ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสนุกไปกับเพื่อน ๆ ทุกคนได้ ไม่ว่าพวกเขาจะขโมย penta ครั้งล่าสุดของคุณไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ตาม
สำหรับใครที่ต้องการใส่สุดไปกับระบบการเดินทางครั้งนี้ คุณสามารถไต่เต้าไปจนถึงระดับ Legend ได้ หากคุณมีฝีมือและความทุ่มเทมากพอ และจะมีผู้เล่นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมแก๊งสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ดังนั้นการไต่แรงค์ให้สูงขนาดนั้นจึงไม่ใช่เรื่องสำหรับคนใจเสาะ
ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เราก็อยากจะพูดถึงการเลือกแชมเปี้ยนด้วยเช่นกัน ในสมัยก่อน คุณต้องพิมพ์ให้ได้ 300 คำต่อนาทีเพื่อที่จะแย่งตำแหน่งที่คุณอยากจะเล่นให้ทัน และบางครั้งก็จะมีคนพิมพ์มาว่า “กลางหรือแจก” แบบโนสนโนแคร์ ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เพลิดเพลินเอาซะเลย ดังนั้น เราจึงตัดสินใจที่จะนำระบบเลือกตำแหน่งที่อยากเล่นมาใช้ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเลือกตำแหน่งที่คุณต้องการเล่นตามลำดับความชอบได้
เราจะพยายามมอบตำแหน่งที่เป็นตัวเลือกแรกให้กับคุณ และจะหลีกเลี่ยงตำแหน่งในอันดับสุดท้าย แต่บางครั้งคุณอาจจะได้เล่นในตำแหน่งที่เลือกเป็นอันดับสองหรือสาม เพื่อรักษาเวลาในการรอคิวให้เหมาะสม
พาส สกิน และภาพแชมเปี้ยน
ตอนนี้เราได้พูดถึงเลเวล Classic กันไปบ้างแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือ มันเป็นเส้นทางความคืบหน้าฟรีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยคุณจะได้รับเลเวลจากการเล่นเกมในโหมด Classic ภายในนั้นคุณจะปลดล็อกสิ่งต่าง ๆ เช่น มาสเตอรี่, รูน, Summoner’s Journey, IP, BE รวมถึงของตกแต่งอีกมากมาย ซึ่งรวมถึงสกิน Rustier Blitzcrank ด้วย

เลเวล Classic คือระบบความก้าวหน้าแบบครั้งเดียวจบ คล้าย ๆ กับเลเวลบัญชี นอกจากนี้ เราจะมี Classic Pass ประจำซีซั่นที่คล้ายกับ Battle Pass อีกด้วย ซึ่งจะมีทั้งแทร็กแบบฟรีและแบบชำระเงินซึ่งจะมอบทั้ง IP, BE, หน้ารูน, อีโมต, ฉายา รวมถึงสกินและภาพแชมเปี้ยนแบบ Classic ด้วย

สกิน Classic คือสกินที่จะเปลี่ยนโฉมแชมเปี้ยน Classic ให้กลับไปมีรูปลักษณ์เหมือนในช่วงปี 2009-2013 ดังนั้นหากคุณคิดถึงภาพลักษณ์ของ Evelynn ก่อนรีเวิร์คก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะสกิน Classic จะนำมันกลับมาให้คุณเอง
คุณสามารถปลดล็อกสกิน Classic ได้ผ่าน Classic Skin Token ซึ่งคุณจะได้รับจากพาสประจำซีซั่น (ทั้งในพาสแบบจ่ายเงินและแบบฟรี) หรือได้รับจากร้านค้า ซึ่งโทเค็นดังกล่าวจะมีไว้ใช้เพื่อปลดล็อกสกิน Classic สกินใดก็ได้ และถ้าหากว่าเมนของคุณยังไม่มีสกินที่ใช่ ก็สามารถรอได้ก่อนจนกว่าสกินนั้น ๆ จะเข้าสู่เกม
ในส่วนของสกินอื่น ๆ ที่คุณครอบครองไว้ หลาย ๆ สกินจะสามารถใช้งานได้เมื่อโหมด Classic เปิดตัว เราพยายามเตรียมสกินให้พร้อมสำหรับวันเปิดตัวให้ได้มากที่สุด แต่สำหรับสกินที่ยังไม่พร้อม เราจะทยอยเพิ่มเข้ามาในรายการกันต่อไปในอนาคต แต่คุณสามารถใช้สกินพื้นฐานของแชมเปี้ยนได้ทุกตัว ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการปรับปรุงลายเส้นให้เป็นแบบสมัยก่อนด้วยเช่นกัน แถมแชมเปี้ยนบางตัวยังมีการอัปเดต VFX, แอนิเมชัน และเสียงต่าง ๆ ให้เข้ากับชุดสกิลแบบคลาสสิกของพวกเขาอีกด้วย หากพวกเขาเคยได้รับการอัปเดต VGU มาแล้วในช่วงเวลาที่ว่า เช่น Sion เป็นต้น

นอกจากนี้ เราได้เพิ่มโครม่า Classic ซึ่งจะเป็นโครม่าสำหรับสกิน Classic พร้อมทั้งเพิ่มกลิ่นอายแบบปี 2009 เข้าไปอีกด้วย คุณยังจำ Tundra Warwick ฉบับดั้งเดิมกันได้ไหม? อีกไม่นานจะจำได้แน่นอน


และสุดท้าย มาพูดเรื่องภาพแชมเปี้ยนกันดีกว่า ภาพแชมเปี้ยนคือภาพอาร์ตที่ปรากฏบนหน้าจอโหลดในสไตล์ที่แตกต่างออกไป ตั้งแต่ภาพวาดเล่น ๆ ที่ขีดเขียนโดยดีไซเนอร์ของเรา ไปจนถึงภาพที่ตีความแชมเปี้ยนแบบใหม่ที่ดูสวยงาม โดยภาพแชมเปี้ยนจะสลับหมุนเวียนกันไปในหน้าจอโหลดเกม คุณจึงสามารถสะสมภาพแชมเปี้ยนเหล่านี้เพื่ออวดภาพโปรดของคุณได้ในระหว่างที่รอทีมของคุณโหลดเข้าเกมด้วยคอมเก่า ๆ
ภาพแชมเปี้ยน, สกิน Classic และโครม่า Classic จะสามารถใช้ได้แค่ใน League Classic เท่านั้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรายังมีสกินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Classic มาให้คุณได้ใช้ในทุกที่ของ League
สภา (The Council): อนาคตของ Classic อยู่ในมือคุณแล้ว
เรากำลังจะเปิดตัวโหมด Classic ด้วยการที่เราจะตีความว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ League ยุคแรก ๆ นั้นพิเศษสุด ๆ แต่เราทุกคนก็ทราบกันดีว่าสิ่งที่ทำให้ League ในช่วงแรกนั้นสุดยอดได้ก็คือข้อเสนอแนะจากพวกคุณนั่นเอง ดังนั้น เราจึงต้องการสร้างระบบที่มอบอำนาจทั้งหมดให้พวกคุณสามารถกำหนดทิศทางของโหมด Classic ได้
ระบบสภา (The Council) คือระบบโหวตจากคอมมูนิตี้ในเวอร์ชันของเรา ซึ่งจะช่วยชี้นำตัวเลือกต่าง ๆ ในอนาคต เช่น แชมเปี้ยนตัวไหนที่จะถูกเพิ่มเข้ามา สกิน Classic ใดที่เราจะสร้าง หรือแม้กระทั่งจะเปลี่ยนแปลงเกมเพลย์กันอย่างไร
คุณจะปลดล็อกการเข้าถึงสภาได้จากเลเวล Classic และคุณจะได้รับพลังการโหวตมากขึ้นเมื่อเล่นเกมต่าง ๆ เพิ่ม นั่นหมายความว่าหากคุณใช้เวลาในโหมด Classic ให้มากขึ้น คุณก็จะมีสิทธิ์มีเสียงในสภามากขึ้นเช่นกัน เราจะยังคงดูแลเรื่องความสมบูรณ์และสมดุลของเกมต่อไป แต่เราก็อยากจะร่วมมือไปกับพวกคุณทุกคนเพื่อตัดสินใจว่าโหมด Classic จะไปในทิศทางใดต่อ
ขอบคุณนะ
League Classic นั้นเกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกคุณหลายคนพูดถึงกันมาอย่างยาวนานว่ามันจะสุดยอดแค่ไหนหากได้ย้อนกลับไปสัมผัสประสบการณ์ในยุคแรกเริ่มของ League อีกครั้ง
เพราะคุณคือผู้ที่ยังคงเก็บความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ ทั้งคลิปวิดีโอ บทสนทนา โพสต์ในหัวข้อ "สมัยก่อนน่ะนะ" และเรื่องเล่าในกลุ่มเพื่อน
ถึงเวลาเรียกรวมพล สวมรูนคริ 1% แล้วล็อกตัวเมนของคุณกันได้เลย
แล้วไว้เจอกันที่สมรภูมิ Classic Rift